ระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่าย LPG
Published by Weerawut in Share experience · 7 May 2026
ระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) สำหรับสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม
(สถานที่ใช้ซึ่งใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่มีปริมาณเกิน 1,000 ลิตรขึ้นไป)
บทความฉบับนี้เป็นความเห็นของผู้เขีบน และเป็นแนวทางที่ผู้เขียนใช้ออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน วสท. และประกาศกระทรวง รวมถึง NFPA 15, ผู้อ่านที่นำข้อมูลไปใช้ ต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา, กรณีที่มีข้อโต้แย้ง, ข้อมูลผิดพลาดหรือตกหล่น, ขอให้ยึดถือตามความเห็นของเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานเป็นสำคัญ
กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ พ.ศ. 2562 ที่ออกตาม พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550
ข้อ 2 อธิบาย ความหมาย เช่น สถานที่ใช้, สถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม, ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว, กำแพงกันไฟ, เป็นต้น
หมวดที่ 4 สถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ส่วนที่ 2 จะเป็นการใช้ LPG จากถังเก็บและจ่าย LPG
ข้อ 20 การตั้งถังเก็บและจ่าย LPG ระบบท่อ LPG และอุปกรณ์ในสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ต้องปฎิบัติ ดังต่อไปนี้
(2) จัดให้มีระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดินเพื่อลดอุณหภูมิของผิวถัง ทั้งนี้ ลักษณะ การติดตั้ง รวมทั้งการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดินเพื่อลดอุณหภูมิของผิวถัง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(ซึ่งก็คือที่มาของ ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดิน ในสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม พ.ศ.2567 ที่จะกล่าวถึงในภายหลัง)
ในส่วนที่่ 3 การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ 26 สถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ซึ่งใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้
(1) ติดตั้งท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 50 mm. หรือเท่ากับท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีข้อต่อรับน้ำดับเพลิงขนาดเดียวกับที่ใช้กับข้อต่อของรถดับเพลิง และต้องมี
(ก) หัวจ่ายน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 62.5 mm. จำนวนไม่น้อยกว่าสองจุด
(ข) เครื่องสูบน้ำดับเพลิงโดยเฉพาะจากท่อดังกล่าว
(ค) สายจ่ายที่มีความยาวไม่น้อยกว่า 40 m.
ในกรณีที่ไม่มีน้ำประปาหรือไม่ใช้น้ำประปา ต้องต่อท่อสำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำที่มีน้ำอยู่ตลอดเวลา และแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำน้ันต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า 600 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ของพื้นที่ผิวด้านนอกของถังเก็บและจ่าย LPG เศษของ 1 ตารางเมตร ให้คิดเป็น 1 ตารางเมตร
ข้อ (2) (3) และ (4) เป็นเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิง ผู้อ่านสามารถอ่านเพิ่มเติมในกฎกระทรวง
ข้อ 27 สถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ต้องติดตั้งเครื่องส่งเสียงดังเมื่อ LPG รั่ว สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในกฎกระทรวง
ต่อไปจะเป็นเนื้อหาโดยคร่าวใน ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่าย LPG ฯ พ.ศ.2567
ข้อ 1 มีผลตั้งแต่ประกาศใช้ 18 ธันวาคม พ.ศ.2567 กรณีสถานที่ได้รับใบอนุญาติก่อนหน้าและต้องแก้ไข ให้ทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี คือ 18 ธันวาคม พ.ศ.2568
ข้อ 2 เป็นการชี้แจง ชื่อมาตรฐาน ASTM, ISO, UL
ข้อ 3 ถังที่มีฉนวนป้องกัน และฉนวนทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 90 นาที ตามมาตรฐานที่ระบุ จะไม่เข้าข่ายต้องถูกบังคับตาม กม.นี้
ข้อ 4 ต้องมีแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำสำหรับระบบดับเพลิงดังกล่าว
ข้อ 5 ระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดิน จะต้องมีรายการคำนวณให้ถูกต้องตาม มาตรฐาน วสท. และมีวิศวกรที่มีใบอนุญาติรับรองรายการคำนวณ
ข้อ 6 ระบบต้องมีอุปกรณ์เป็นไปตามมาตรฐาน วสท.
ข้อ 7 ระบบต้องประกอบด้วย หัวกระจายน้ำลดอุณหภูมิ (หัวสปริงเกอร์) ท่อฉีดน้ำลดอุณหภูมิ (ระบบท่อ) เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (ไฟร์ปั๊ม) ที่มีลักษณะและการติดตั้ง ดังนี้
(1) ระบบท่อฉีดน้ำลดอุณหภูมิ ต้องมีอัตราฉีดน้ำ ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 10.2 ลิตรต่อนาที ต่อตารางเมตร (คิดเป็น 0.25 gpm/sq.ft) ของพื้นที่ผิวด้านนอกถัง LPG, เศษของ 1 ตารางเมตร ให้คิดเป็น 1 ตารางเมตร
(2) หัวสปริงเกอร์ ต้องมีระยะห่างทั้งในแนวระดับ และในแนวดิ่ง โดยสามารถฉีดน้ำครอบคลุมพื้นผิวทั้งหมด ของถัง LPG (เน้นนะครับว่าครอบคลุมพื้นผิวทั้งหมด การฉีดจากด้านบนอย่างเดียว ไม่ทำให้ผิวที่อยู่ด้านล่างเปียกเพียงพอที่จะลดอุณหภูมิได้ และตาม NFPA 15, ข้อ 7.4.2.4 กำหนดไว้ชัดเจน)
(3) หัวสปริงเกอร์ ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ออริฟิซ ไม่น้อยกว่า 6 mm. และมีความดันที่หัวสปริงเกอร์ไม่น้อยกว่า 20 psi (จุดไกลสุดขณะที่ฉีดน้ำพร้อมกัน)
(4) ท่อน้ำดับเพลิง ต้องเป็นท่อเหล็ก และถ้าเป็นท่อแห้ง จะต้องเป็นท่อเหล็กที่มีการป้องกันการกัดกร่อน (ประกาศไม่ได้ระบุ ดังนั้นวิศวกรที่ออกแบบต้องระบุให้เหมาะสม)
(5) เครื่องสูบน้ำดับเพลิง ต้องสามารถทำงานต่อเนื่องได้ตามที่ออกแบบตามข้อ (1) และ (3) จากแหล่งน้ำ โดยฉีดได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 นาที (โดยหวังว่าจะมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยในเวลาที่กำหนด)
ข้อ 8 หลังจากติดตั้ง จะต้องมีการทดสอบ และตรวจสอบการทำงานก่อนการใช้งาน ตามมาตรฐาน วสท. และทดสอบว่ายังใช้งานได้เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมกับเก็บรายงานไว้เป็นเวลา 1 ปี กรณีกรมขอตรวจสอบ
ข้อ 9 การผ่อนผัน ซึ่งปัจจุบัน ข้อนี้ไม่มีผลแล้ว
ในการออกแบบระบบหัวกระจายน้ำลดอุณหภูมิดังกล่าว, นอกจากมาตรฐาน วสท.ผู้เขียน จะศึกษา NFPA 58 - Liquified Petroleum Gas Code ประกอบ
6.2.1 LP-Gas container ต้องตั้งอยู่นอกอาคาร (เนื่องจาก LPG จะหนักกว่าอากาศ และสามารถสะสมอยู่ในอาคาร กรณีเกิดการรั่วไหล จนเป็นเหตุให้เกิดระเบิดรุนแรงได้)
6.29.6.1 If water spray fixed system and monitor are used, they shall comply with NFPA 15
เมื่อตามไปดูใน NFPA 15 Water Spray Fixed system for Fire Protection ซึ่งเป็นต้นแบบของ มาตรฐาน วสท.3002-51 ภาคที่ 6 หมวดที่ 5 ระบบฉีดน้ำฝอยดับเพลิง ดังนั้นถ้าอ่าน NFPA 15 ประกอบ จะสามารถเข้าใจ มาตรฐาน วสท.ได้ดียิ่งขึ้น
ข้อคิดเห็นของผู้เขียนสำหรับการออกแบบระบบท่อฉีดน้ำให้สอดคล้องกับประกาศ และสอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น วสท.3002-51, NFPA 15
1.ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ในการออกแบบ ว่าตามประกาศ ที่กำหนดความหนาแน่นน้ำดับเพลิงไม่น้อยกว่า 10.2 L/min/sq.m. เป็นการป้องกันพื้นที่โดยรอบ (Exposure Protection) ตาม มาตรฐาน วสท. ข้อ 6.5.5.4 หมายถึงในกรณีที่มีเพลิงไหม้เกิดขึ้นใกล้กับถังเก็บและจ่ายก๊าซ LPG จะมีการฉีดน้ำฝอยดับเพลิง เพื่อลดอุณหภูมิผิวที่ได้รับความร้อนจากการแผ่รังสี ดังนั้นกรณีเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในบริเวณถังเก็บและจ่าย LPG เอง ก็จะต้องมีมาตรการรับมือ เช่น การปิดวาล์วเชื้อเพลิง และใช้น้ำจากสายฉีดดับเพลิง จาก ตู้ FHC หรือ หัวจ่ายน้ำดับเพลิงที่เตรียมไว้ วิศวกรที่ออกแบบจะต้องคำนึงถึงจุดนี้และจัดเตรียมเพิ่มเติมด้วย
2.หัวสปริงเกอร์หรือ nozzle ที่ใช้ ต้องเป็นแบบหัวเปิด ที่ได้รับการรับรองสำหรับใช้กับ Water Spray Fixed system
3.จากข้อ 3. ต้องเลือก ค่า K-factor และมุมของการกระจายน้ำที่หัวสปริงเกอร์ ให้สอดคล้องกับขนาดของถังเก็บ
4.วิศวกรที่ออกแบบจะต้องวางหัวสปริงเกอร์ให้ฉีดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ตามวัตถุประสงค์ ดังนั้น ท่อสปริงเกอร์เพียงแนวเดียวต่อถัง ไม่สามารถฉีดน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ผิวทั้งหมดได้ ดู มาตรฐาน วสท. ข้อ 6.5.4.2.4
5.ออกแบบให้มีความดันใช้งาน (Residual pressure) ที่จุดไกลสุด ไม่น้อยกว่า 20 psi ตามที่กฎหมายกำหนด, และเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ จึงต้องมีจุดติดตั้งเกจวัดความดันที่จุดไกลสุด ไว้อ่านค่าตอนทดสอบฉีดน้ำจริง
6.ตาม NFPA 15 วิศวกรที่ออกแบบระบบฉีดน้ำฝอยดับเพลิงควรคำนึงถึง velocity pressure ที่จุดต่อหัวสปริงเกอร์ ถ้ามีค่าสูงเกิน 5% ของความดันที่จุดนั้น อาจมีผลให้ ความดันตั้งฉาก (normal pressure) ที่มีผลกับปริมาณน้ำดับเพลิงของหัวฉีดที่จุดนั้นเหลือน้อยกว่าที่ต้องการ
7.ระบบท่อฉีดน้ำดังกล่าว ควรสามารถทำงานโดยอัตโนมัติ และสามารถสั่งการทำงานด้วยมือ, ถ้าต้องการ
8.ควรมีหัวรับน้ำดับเพลิง (FDC) อย่างน้อย 1 หัว ตาม มาตรฐาน วสท.ข้อ 6.5.4.1.3 และอย่าลืมเตรียมที่จอดรถดับเพลิงและเส้นทางที่เข้าถึง FDC ที่เตรียมไว้ด้วย
8.ต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงหรือไฟร์ปั๊มและแหล่งเก็บน้ำที่สามารถจ่ายน้ำได้ตามค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิงที่ออกแบบได้อย่างเพียงพอ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที, โดยสามารถต่อระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่าย LPG เข้ากับระบบน้ำดับเพลิงของโรงงานที่มีขนาดไฟร์ปั๊มใหญ่เพียงพอ และมีแนวท่อที่เหมาะสมก็ได้
9.ควรมี schematic diagram เพื่อให้เข้าใจระบบท่อฉีดน้ำโดยรวมได้ง่าย และไม่สับสน
10.ต้องมีวาล์วระบายน้ำในท่อของหัวระบบจ่ายน้ำลดอุณหภูมิ เพื่อระบายน้ำหลังจากทดสอบออก เพื่อลดสนิมที่จะทำให้ท่อผุกร่อนเร็วกว่าปกติ
11.ในต่างประเทศจะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ดับเพลิงท้องถิ่นให้เข้าไปในพื้นที่ เพื่อให้คุ้นเคยกับตำแหน่งวาล์วต่างๆ สำหรับกรณีฉุกเฉิน
กรณีที่เราเพิ่มระบบฉีดน้ำฝอยดับเพลิงเพื่อลดอุณหภูมิของถังเก็บและจ่ายก๊าซ LPG เข้ากับระบบดับเพลิงของเดิม ควรจะต้องตรวจสอบว่า ถ้ามีการฉีดหัวกระจายน้ำของอาคารตามที่ออกแบบไว้เดิม และเพิ่มความต้องการปริมาณน้ำที่ฉีดป้องกันให้กับถังเก็บและจ่าย LPG แล้วจะยังสามารถใช้ระบบดับเพลิงของเดิมได้เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอก็ต้องมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิงและแหล่งเก็บน้ำสำหรับระบบดังกล่าวแยกต่างหาก
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระวังคือถ้าจำเป็นต้องเพิ่ม เครื่องสูบน้ำดับเพลิง สำหรับถังเก็บและจ่าย LPG ต่างหาก, เครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้ก็ควรจะมีคุณสมบัติตามที่มาตรฐาน วสท. กำหนด และต้องผ่านการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ (Listed for fire protection) และ ต้องมีการทดสอบเป็นประจำ และในความเห็นของผู้เขียนเมื่อไปเกี่ยวข้องกับ การป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงงาน ก็จะต้องทดสอบสมรรถนะเครื่องสูบน้ำดับเพลิงประจำปี ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย
รับจัดทำรายการคำนวณกรณีเพิ่มระบบฉีดน้ำฝอยโดยต่อเข้ากับระบบดับเพลิงด้วยน้ำของโรงงาน และรับรองรายการคำนวณโดยวิศวกร
สนใจติดต่อ
นายวีรวุฒิ ลีลาเวชบุตร
บริษัท ดับบลิวแอล วิศวกรรมและพลังงาน จำกัด
มือถือ 0815778879
There are no reviews yet.
