เครื่องสูบน้ำดับเพลิงสำหรับอาคารสูง (Fire Pumps for High-Rise Building)

Go to content

เครื่องสูบน้ำดับเพลิงสำหรับอาคารสูง (Fire Pumps for High-Rise Building)

ทดสอบสมรรถนะไฟร์ปั๊ม
Published by Weerawut in Knowledge · 25 January 2026
เครื่องสูบน้ำดับเพลิงสำหรับอาคารสูง (Fire Pumps for High-Rise Building)

อาคารสูงกับเมืองใหญ่เป็นของคู่กัน เพราะที่ดินมีราคาสูง การทำให้เกิดความคุ้มค่าให้สูงที่สุดคือ เพิ่มพื้นที่การใช้งานในแนวดิ่ง ดังนั้นอาคารจึงมีความสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) ออกตามความใน พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้คำนิยามดังนี้ "อาคารสูง" หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้โดยมีความสูงตั้งแต่ 23.00 เมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด, ตามคำนิยามที่ระบุดังกล่าว จะสอดคล้องกับ มาตรฐาน NFPA เช่น NFPA 101, NFPA 20 ตรงกับคำว่า High-rise building

นอกจากนั้นในมาตรฐาน NFPA จะมีคำที่ใช้เรียกอีกคำหนึ่งคือ "Very Tall Building" จะหมายถึง อาคารสูงที่มีค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิงเกินกว่าที่รถดับเพลิงของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะส่งน้ำดับเพลิงขึ้นไปจ่ายให้ได้ตามที่ต้องการ, ในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆทั่วโลก การระงับอัคคีภัยอาคารสูงที่สูงเกิน 150 เมตร จะไม่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก, รถบันไดของ กทม จะสูงเพียง 30-50 เมตร (หรือประมาณ 10-15 ชั้น), และในปัจจุบัน กทม. มีรถกระเช้าพิเศษที่ขึ้นสูงได้ 23-90 เมตร เพียง 5 สถานีดับเพลิง, ดังนั้น อาคารสูงเองจะต้องถูกออกแบบให้เป็น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงขั้นต้น

การเรียกลักษณะอาคารโดยทั่วๆไปที่ใช้ความสูงเป็นเกณฑ์
  • อาคารสูง (High-Rise) จะมีความสูง 23-150 เมตร, จำนวนประมาณ 7-40 ชั้น
  • ตึกระฟ้า (Skyscraper) จะมีความสูง 150 เมตรขึ้นไป, จำนวน 40 ชั้นขึ้นไป
  • Supertall  จะมีความสูง 300 เมตรขึ้นไป, จำนวน 75 ชั้นขึ้นไป (ยกตัวอย่าง ตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร, อาคาร Magnolias Waterfront, เป็นต้น)
  • Megatall จะมีความสูง 600 เมตรขึ้นไป, จำนวน 120 ชั้นขึ้นไป (ยกตัวอย่าง Burj Khalifa, เป็นต้น)

ลักษณะ (Characteristic) ของอาคารสูงที่ทำให้ NFPA 20 ต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติมใน Chapter 5 - Fire Pumps for High-Rise Building คือ
  1. อาคารสูงต้องการระบบดับเพลิงด้วยน้ำที่มักจะซับซ้อนกว่าปกติ
    1. การต่อเครื่องสูบน้ำดับเพลิงแบบอนุกรม (Serie) มักจะพบในอาคารสูง (การนำเครื่องสูบน้ำดับเพลิงรับน้ำจากเครื่องสูบน้ำดับเพลิงตัวก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความดัน สามารถทำได้ตาม NFPA 20 แต่ต้องมีเงื่อนไขควบคุมเพิ่มเติม, แต่ในมาตรฐาน วสท.3002-51 ข้อ 5.6.7.4.2 เครื่องสูบน้้ำดับเพลิงของแต่ละเขตต้องไม่ต่อนุกรมกัน ดังนั้น ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน, วสท.คงจะมีการปรับปรุงมาตรฐานเพื่อรับมือกับอาคารที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ)
    2. อาคารสูงมักประกอบด้วยหลายเขต (Zone) ของท่อยืน, ถังเก็บน้ำดับเพลิง, และระบบวาล์วเติมน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ
  2. ผู้ใช้อาคารจะฝากชีวิตไว้กับเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของอาคารเมื่อเกิดเพลิงไหม้บนอาคารสูงขึ้น ซึ่งแผนอพยพในอาคารสูงอาจต้องร่วมกับพื้นที่หลบอัคคีภัย (Area of Refuge หรือ Refuge floor) ที่วางระบบไว้ (ดูข้อมูลพื้นที่หลบอัคคีภัยเพิ่มเติมใน วสท.3002-51, ข้อ 3.7.10)
  3. อาคารสูงเป็นอาคารที่มีมูลค่าสูง
  4. ในขณะเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องสามารถเข้าถึงเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของอาคารได้โดยสะดวกและมั่นใจว่าปลอดภัย
  5. พื้นที่ครอบครองอาจมีนัยสำคัญในบางอาคาร (ผู้เขียนพบเสมอว่า หลายอาคารมีการใช้พื้นที่ไม่ตรงกับที่ออกแบบ เช่น ใช้เป็นคลังสินค้าที่มีการวางกระดาษกล่องสำหรับบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นวัสดุติดไฟได้ดีไว้บนชั้นวางเหล็ก หรือ Rack storage ซึ่งประเภทพื้นที่ครอบครองต่างจากสำนักงาน ทำให้ระบบดับเพลิงที่ออกแบบไว้ ไม่สามารถควบคุมได้)
  6. อาคารที่สูงกว่า 91 เมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยส่วนใหญ่ต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำดับพลิงของอาคารนั้นในการดับเพลิง
  7. อาคารที่สูงกว่า 152.4 เมตร การอพยพผู้ใช้อาคารจะทำได้ยาก ดังนั้นจึงมักจะวางแผนปกป้องชีวิตผู้ใช้อาคารแบบ "Protect in place"

เนื้อหาใน NPFA 20 - 2025, Chapter 5 จะมีดังนี้
  ข้อ 5.1 General สำหรับเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้กับอาคารสูงให้ดูรายละเอียดในบทนี้เพิ่มเติม (การติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดอื่นๆ ตาม NFPA 20 และที่เกี่ยวข้องด้วย, แต่ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับใช้กับอาคารสูงจะถูกเพิ่มเติมตามบทนี้)
  ข้อ 5.2 Equipment Access ตำแหน่งของห้องเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และช่องทางเข้า ต้องมีการวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงล่วงหน้า (Preplanning) สำหรับกรณีเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงมีการป้องกันด้วยผนังทนไฟตามที่มาตรฐานและกฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่จะต้องเข้าไปควบคุม
  ข้อ 5.3 ถังเก็บน้ำดับเพลิง (Water Supply Tanks) จะต้องสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น NFPA 22, ถ้าใช้น้ำดับเพลิงร่วมกับระบบน้ำดี (domestic supply) ในอาคาร ท่อของน้ำดีจะต้องสูงกว่า ระดับน้ำดับเพลิงสำรองที่ต้องการ
  ข้อ 5.4 Fire pump test arrangement กรณีรับน้ำจากถังเก็บน้ำดับเพลิง จะต้องมีการจัดเตรียมมิเตอร์วัดอัตราการไหล หรือ หัวทดสอบ ที่ไหลเวียนน้ำสำหรับทดสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงกลับไปที่ถังเก็บน้ำดับเพลิง เพื่อให้ทดสอบได้โดยสะดวกและปลอดภัย
  ข้อ 5.5 Alternate Power ถ้าเลือกใช้เครื่องสูบน้ำดับเพลิงมอเตอร์ไฟฟ้า จะต้องมีระบบไฟฟ้าทางเลือก เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ตาม 9.6 On-site Standby Generator Systems หรือ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงสำรองที่รับไฟจากแหล่งไฟทางเลือก ตาม 9.3 Alternate Power
(ข้อนี้ผู้เขียนค่อนข้างเป็นห่วงสำหรับผู้ใช้อาคารสูง เนื่องจากไม่มั่นใจว่าอาคารสูงส่วนใหญ่ได้ลงทุนระบบดับเพลิงสำรองให้สอดคล้องกับ NFPA หรือไม่ และตามที่ได้กล่าวด้านบน, เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะต้องพี่งพาเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของอาคารเป็นหลัก ถ้าเครื่องสูบน้ำดับเพลิงของแต่ละโซนที่มีเพียงตัวเดียวหรือระบบจ่ายไฟเดียวเกิดมีปัญหา จะมีความเสี่ยงสูงมาก)
  ข้อ 5.6 Very Tall Building เป็นหน้าที่ของผู้ใช้อาคารที่ต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ของตัวเองเพื่อตรวจสอบว่าอาคารของตัวเองเกินความสามารถของรถดับเพลิงที่อยู่ใกล้เคียงหรือไม่ ถ้าเกินก็เข้าข่ายเป็น Very Tall Building ที่จะต้องมีข้อกำหนดเพิ่มเติมตาม NFPA 20 เช่น
    - ปริมาณน้ำดับเพลิงสำรองต้องเพียงพอกับค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง (fire protection water demand)
    - ถังเก็บน้ำดับเพลิง ต้องมีวาล์วเติมน้ำอัตโนมัติที่สามารถเติมน้ำดับเพลิงเข้าถังไม่น้อยกว่าค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง! ดังนั้นก็ต้องพิจารณากันแล้วว่าจะนำน้ำมาเติมอย่างไรให้เพียงพอ
    - ถังเก็บน้ำดับเพลิงของแต่ละเขต หรือ Zone จะต้องมีหรือแบ่งกั้นเป็นอย่างน้อย 2 ถัง และในกรณีที่มีถังที่ใช้งานไม่ได้ จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งถังที่มีปริมาณน้ำดับเพลิงสำรองไม่ต่ำกว่า 50% ของค่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง, ในแต่ละถังจะมีวาล์วเติมน้ำอัตโนมัติแยกอิสระจากกัน
    - ดังน้ันเมื่อมีถังเก็บน้ำที่ใช้งานไม่ได้ ระบบดับเพลิงจะยังมีน้ำดับเพลิงเพียงพอตามความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิงสูงสุด จากน้ำที่สำรองไว้ในถัง รวมกับ ระบบเติมน้ำดับเพลิงอัตโนมัติที่เติมน้ำได้ไม่น้อยกว่าความต้องการปริมาณน้ำดับเพลิง (ยกตัวอย่างเช่น เครื่องสูบน้ำดับเพลิงขนาด 1,000 gpm วาล์วเติมน้ำอัตโนมัติจะต้องสามารถเติมน้ำดับเพลิงเข้าถังเก็บน้ำดับเพลิงได้ไม่น้อยกว่า 1,000 gpm)
    - ต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติสำรอง สำหรับเขต หรือ Zone ที่รถดับเพลิงส่งน้ำดับเพลิงขึ้นไปจ่ายไม่พอ, หรือวิธีการอื่นๆที่ระบบดับเพลิงยังฉีดน้ำดับเพลิงได้ตามปกติ ในกรณีที่เครื่องสูบน้ำดับเพลิงหลักใช้งานไม่ได้ตามที่ AHJ ยอมรับ

ผู้เขียนพยายามเขียนให้สั้นและกระชับตามที่ผู้เขียนเข้าใจโดยไม่ลงเนื้อหาที่ละเอียดจนเกินไปเพื่อจุดประสงค์ในการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงในอาคารสูงที่จะต้องมีความน่าเชื่อถือ (Reliable) สูงมากๆ, หากมีสิ่งใดที่คิดว่าไม่ถูกต้อง ผู้อ่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ใน NFPA 20 Standard for the Installation of Stationary Pumps for Fire Protection และมาตรฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องและ NFPA 20 อ้างถึง, และที่สำคัญที่สุดในการทำให้ถูกต้องสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐาน ให้ปรึกษากับบริษัทประกันภัยของท่านหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจใดๆ

หมายเหตุ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ bangkokbiznews.com, ภาพดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เขียน

รับทดสอบสมรรถนะเครื่องสูบน้ำดับเพลิงประจำปีตามกฎหมาย พร้อมรับรองรายงานโดยวิศวกร
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายวีรวุฒิ มือถือ 0815778879
บริษัท ดับบลิวแอล วิศวกรรมและพลังงาน จำกัด
Line ID: 0815778879
Email: weerawut0312@gmail.com
www.WL-Engineering.co.th


There are no reviews yet.
0
0
0
0
0
บริษัท ดับบลิวแอล วิศวกรรมและพลังงาน จำกัด

weerawut0312@gmail.com
081-577-8879
Line ID: 0815778879
สงวนลิขสิทธิ์ - Createx with WebSite X5 Pro
Back to content